ครูขอย้ายสถานศึกษา ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใหม่อุดช่องโหว่
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

ครูขอย้ายสถานศึกษา ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใหม่อุดช่องโหว่


ครูขอย้ายสถานศึกษา ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใหม่อุดช่องโหว่


(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2015-08-05 เปิดอ่านแล้ว : 14 ครั้ง)

ครูขอย้ายสถานศึกษา ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใหม่อุดช่องโหว่

ก.ค.ศ. มีมติปรับเกณฑ์คำร้องและการพิจารณา "ครูขอย้ายสถานศึกษา" ขั้นต้นต้องอยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ปี ครูผู้ช่วยไม่น้อยกว่า 4 ปี ดีเดย์ ม.ค.ปีหน้า รมว.ศึกษาธิการ หวังเตะสกัดบรรดาครูที่อาศัยช่องโหว่ขอย้ายกันระนาว ด้วยการอ้างเหตุผลความจำเป็นต่างๆ นานา

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ผ่านมาการขอย้ายสถานศึกษาของครูไม่มีการกำหนดช่วงระยะเวลา มีแต่การกำหนดห้ามขอย้ายช่วงที่มีการลาศึกษาต่อ และห้ามขอย้ายช่วงที่มีการอบรมพัฒนาอย่างเข้มงวด แต่สามารถขอย้ายกรณีพิเศษได้ เช่น มีภัยคุกคาม ดูแลบิดามารดา เป็นต้น

ทำให้ที่ผ่านมาครูใช้ช่องทางดังกล่าวในการขอย้ายสถานศึกษาจำนวนมาก หรือเมื่ออบรมพัฒนาเสร็จเรียบร้อยก็ขอย้ายทันที ทำให้เกิดผลกระทบกับเด็กและจัดการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ ก.ค.ศ. เสนอขอปรับเกณฑ์การขอย้าย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีมติให้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน

"ต่อไปครูที่ต้องการขอย้ายสถานศึกษาจะต้องปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ปัจจุบันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือนหรือ 2 ปีนับถึงวันที่ยื่นคำขอย้ายสับเปลี่ยนกับตำแหน่งที่มีคนครอง และในวันที่ยื่นคำร้องขอย้ายต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 เดือน นับถึงวันที่ 30 ก.ย.ของปีที่ครบเกษียณอายุราชการ"

"ในส่วนครูผู้ช่วยจะต้องปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 ปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอ โดยการขอย้ายกรณีปกติ ยื่นคำขอได้ปีละ 1 ครั้ง ช่วง ม.ค.ของทุกปี ส่วนการขอย้ายกรณีพิเศษ ยื่นคำขอย้ายได้ตลอดปี พร้อมหลักฐานทางราชการ หรือทางการแพทย์ ความเห็นและคำรับรองของผู้บังคับบัญชา โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวเริ่มใช้ทันทีในการขอย้าย ม.ค.2559 ส่วนการยื่นคำร้องขอย้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่กำหนดไว้เดิม ตามหลักเกณฑ์ สามารถยื่นได้อีก 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค.นี้" รมว.ศธ. กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (สายงานการสอน) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยให้ผู้ประสงค์ขอย้ายสามารถยื่นคำร้องขอย้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่กำหนดไว้เดิม ตามหลักเกณฑ์ ว8/2549 ได้อีกเพียง1 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค.58 หลังจากนั้นให้ยื่นคำร้องขอย้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่กำหนดใหม่นี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.59 เป็นต้นไปโดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใหม่ มีดังนี้

การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มี 3 กรณี คือ

1. การย้ายกรณีปกติ เป็นการย้ายตามคำร้องขอย้าย สามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้ปีละ 1 ครั้ง ในเดือน ม.ค.ของทุกปี โดยให้ยื่นคำร้องได้เพียงเขตพื้นที่การศึกษาเดียว
2. การย้ายกรณีพิเศษ เป็นการย้ายตามคำร้องขอย้าย สามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้ตลอดปี พร้อมหลักฐานของทางราชการหรือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ความเห็นและคำรับรองของผู้บังคับบัญชาชั้นต้น
3. การย้ายกรณีเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการในสถานศึกษา หรือเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา หรือเพื่อเกลี่ยอัตรากำลังของสถานศึกษา

การพิจารณาคำร้องขอย้าย

1. การย้ายกรณีปกติ ให้ใช้พิจารณาย้ายปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในเดือน เม.ย. ครั้งที่ 2 ในเดือน ก.ย. เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษ อาจพิจารณาการย้ายมากกว่า 1 ครั้งก็ได้ และใช้พิจารณาย้ายได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. ของปีเดียวกัน
2. การย้ายกรณีพิเศษ ให้ใช้พิจารณาได้ตลอดปี
3. การย้ายกรณีเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ให้ใช้พิจารณาได้ตลอดปี

 ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก ทรานสปอร์ต เจอร์นัล ประจำวันที่ 1-15 ส.ค. 2558

Share With Google+
Share With Line


แหล่งที่มา : เว็บไซต์ที่มาของข้อมูลคลิกที่นี่ครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

นายกฯเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต
ปีแรก
สพฐ.เปิด 10 ตัวชี้วัดประเมินผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติ ผอ.สถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์ใหม่ เน้นผลเชิงประจักษ์-มีธรรมาภิบาล
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงโปรดเรียนวิชาลูกเสือ
ครูเมียน้อยบุกตบครูเมียหลวง จับหัวโขกกำแพง ศิษย์รับไม่ได้
การประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2559
มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนักศึกษา 2,000 ราย
บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์ ป.โท บริหารการศึกษาม.กรุงเทพธนบุรี
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา