ปปง.ยึดทรัพย์ 183 ล้านบาท อดีตเลขาฯสกสค.กับพวกโกง 3 พันล้าน
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

          ปปง.ยึดทรัพย์ 183 ล้านบาท อดีตเลขาฯสกสค.กับพวกโกง 3 พันล้าน


ปปง.ยึดทรัพย์ 183 ล้านบาท อดีตเลขาฯสกสค.กับพวกโกง 3 พันล้าน


(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2015-06-05 เปิดอ่านแล้ว : 11 ครั้ง)

ปปง.ยึดทรัพย์ 183 ล้านบาท อดีตเลขาฯสกสค.กับพวกโกง 3 พันล้าน

ปปง.ยึดทรัพย์ 183 ล้านบาท อดีตเลขาฯสกสค.กับพวกโกง 3 พันล้าน
ปปง. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด ได้วางหลักประกัน โดยนำหลักทรัพย์มาวางกับ สกสค. ประกอบด้วย 1.โฉนดที่ดิน 33 แปลง และน.ส.3 อีก 16 แปลง รวม 49 แปลง จากการตรวจสอบไม่พบมีการจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันตามกฎหมาย 2.เช็คของธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 2,100 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่มีเงินในบัญชีแต่อย่างใด 3.ดร๊าฟของธนาคาร HSBC 100 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม 4.ใบหุ้นสโมสรฟุตบอลเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ 50 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ปอนด์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีการโอนเงินไปยังสโมสรดังกล่าวประมาณ 10 ล้านบาท แต่ไม่ตรงตามที่แจ้งไว้เป็นหลักทรัพย์ จึงต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเงินดังกล่าวโอนไปเพื่อประโยชน์อะไร ทั้งนี้ จึงประสานให้ ปปง. ประเทศอังกฤษ ตรวจสอบเส้นทางการเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว
2.นายยศวัจน์ ถิรพรสวัสดิ์ กรรมการในเครือบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด 
3.นายสิทธินันท์ หลอมทอง กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด 
4.นายมงคล เอี่ยงศุภพานนท์ กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด และ 
5.กรรมการของ สกสค. และกรรมการของ ช.พ.ค. บางราย
2.นายสุรเดช พรหมโชติ 
3.นายสมศักดิ์ ตาไชย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 8/2558 อายัดทรัพย์สินอดีตผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กับพวก จำนวน 146 รายการ มูลค่ารวม 183 ล้านบาท ฐานทุจริตผิดต่อหน้าที่ ปล่อยเงินกู้ให้บริษัทเอกชนโดยไม่สามารถใช้คืนเงินได้

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ปปง.ได้รับหนังสือร้องเรียนจากอดีตผู้อำนวยการสกสค. ให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของอดีตเลขาธิการ สกสค. กับพวกในการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อนุมัติเงินกองทุนของ สกสค. ให้กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกัน โดยน่าเชื่อว่าอดีตเลขาธิการ สกสค. กับพวกมีเจตนายักยอกเงินกองทุน โดยปปง.ได้รับรายงานจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ให้ตรวจสอบสกสค.เฉพาะกรณีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่าง สกสค. และบุคลากรทางการศึกษากับ บริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า อดีตเลขาธิการ สกสค. ร่วมกับกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) ได้นำเงินช.พ.ค. ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด กู้ยืมเงินผ่านการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ครั้ง โดยได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 7 และมีพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ปลอมแปลงเอกสารการฟอกเงิน และอาจเข้าข่ายการทุจริต

เลขาธิการ ปปง. กล่าวต่อว่า โดยครั้งที่ 1 นำเงินไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด จำนวน 500 ล้านบาท และสกสค.ได้รับเงินคืนแล้วเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2557 ครั้งที่ 2 นำเงินไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด จำนวน 2,100 ล้านบาท และครั้งที่ 3 นำเงินไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด จำนวน 400 ล้านบาท โดยรวมเงินกู้ยืมทั้ง 3 ครั้ง เป็นเงิน 3,000 ล้านบาท


พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า 5.หนังสือค้ำประกันตนเต็มมูลค่าเงินลงทุนของนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา กรรมการบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด ซึ่ง สกสค. จะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง จึงจะสามารถบังคับคดีนำเงินมาชำระได้ตามกฎหมาย และ 6.เงินสกุลโครเอเชีย 950 ล้านเหรียญโครเอเชีย (HRK) โดยตรวจสอบพบว่าเป็นสกุลเงินโครเอเชียจริง แต่ถูกยกเลิกการใช้แล้ว

ในส่วนของเงินสดจำนวน 3,000 ล้านบาท ได้ครบกำหนดคืนในวันที่ 27 ธ.ค.2557 ซึ่งปัจจุบัน สกสค.ได้รับเงินคืน 500 ล้านบาท ที่เหลืออีก 2,500 ล้านบาทนั้น ยังไม่ได้รับเงินคืน อย่างไรก็ตาม ลักษณะดังกล่าวเป็นการร่วมกันฉ้อโกง สนับสนุนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ โดยมีผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ประกอบด้วย

1.นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา กรรมการบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด 

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรวบรวมพยานหลักฐานดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อได้ว่า อดีตผู้บริหารของ สกสค. กับพวก และบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ ตามกฎหมายอื่น อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (5) แห่งพรบ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ดังนั้น คณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 8/2558 จึงมีมติดำเนินการกับทรัพย์สินทั้งหมด 146 รายการ คือ 1.อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ได้แก่ โฉนดที่ดิน 33 แปลง น.ส.3 16 แปลง รวม 49 แปลง ราคาประมาณ 37 ล้านบาท

1.2 บัญชีเงินฝากของผู้ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ที่ได้รับโอนเงินประกอบด้วยบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำกัด และบริษัทในเครือ นายสัมฤทธิ์ กับพวก และกรรมการ สกสค. และช.พ.ค. ประกอบด้วย

1.นายเกษม กลั่นยิ่ง 

รวม 63 รายการ รวมเป็นเงินประมาณ 32 ล้านบาท และ 1.3 หุ้นบริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ของนายนายสัมฤทธิ์ 1 รายการจำนวน 712,758 หุ้น มูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท และ 2.ยับยั้งการทำธุรกรรมไว้ชั่วคราว ประมาณ 10 วัน เบื้องต้นพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของสโมสรฟุตบอลโล่เงิน จำกัด (มหาชน) ฟุตบอลสโมสรตำรวจ ประมาณ 105 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีเงินคงเหลือในบัญชี 1 ล้านบาท

ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่า เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ส่วนเงินที่นำไปลงทุนบริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งหมด 33 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 43 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ฝากไปยังประชาชนที่เป็นลูกค้าของบริษัทประกันภัยว่า ไม่ต้องกังวล และยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับบริษัทังกล่าวได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นเงินคนละส่วนกับการลงทุนในคดีดังกล่าว

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ตอนนี้เราพบทรัพย์สินเพียง 183 ล้านบาท แต่เชื่อว่า ยังมีทรัพย์สินที่ไปซุกซ่อนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก เนื่องจากคดีดังกล่าว ปปง. เข้าไปตรวจสอบหลังเกิดเหตุมาแล้ว 1 ปี ดังนั้น จำนวนเงินสดที่ตรวจยึดอายัดไว้ 32 ล้านบาท ถือว่าเป็นจำนวนน้อย เพราะมีการยักย้าย ถ่ายโอนออกไปจากบัญชีอย่างรวดเร็ว หลังจากมีการโอนเงินเข้าบัญชี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการนำเงินไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ได้เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว ไม่พบว่ามีการนำเงินไปลงทุนในประเด็นดังกล่าวเลย ซึ่งชัดเจนว่า เป็นการตั้งใจฉ้อโกงตั้งแต่เริ่มต้น โดยทุกอย่างถูกเตรียมการไว้หมดแล้ว ทั้งนี้ พฤติการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การทำนิติกรรมอำพราง แต่เป็นการพฤติการณ์ที่ตั้งใจโกงตรงๆ เพราะนิติกรรมอำพรางจะต้องมีการทำสัญญาหรือเอกสาร แต่กรณีนี้ไม่มีเลย

ด้าน พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางเข้าพบ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรายงานความคืบหน้าในคดีดังกล่าว และประสานให้สกสค. ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตผู้บริหาร สกสค. เนื่องจากหน่วนงายได้รับความเสียหายในทางแพ่งและอาญา โดยทางพล.ร.อ.ณรงค์ ได้กำชับว่าให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวส่งผลกระทบต่อหน่วยงานแต่อย่างใด

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

Share With Google+
Share With Line


แหล่งที่มา : เว็บไซต์ที่มาของข้อมูลคลิกที่นี่ครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**
ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60
จะทำอย่างไร...ให้ผู้เรียนใส่ใจในคณิตศาสตร์?
ดาวน์โหลดไฟล์หนังสือและหนังสือเสียง
สทศ.เปิดรับสมัครสอบ GAT-PAT ครั้งที่ 2/60 ระหว่าง 7-26 ธ.ค.นี้
แนวทางการปฏิบัติกรณีพบข้อความ หรือเนื้อหาไม่บังควรทางสื่อสังคมต่างๆ อ่านรายละเอียดที่นี่!!
โครงการ ส่ง SMS กด ๙ แสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และแนวทางการปฏิบัติกรณีพบข้อความ หรือเนื้อหาไม่บังควรทางสื่อสังคมต่างๆ

นายกฯเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต
ปีแรก
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา