“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก


“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก


(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2015-07-14 เปิดอ่านแล้ว : 32 ครั้ง)
เพิ่มเพื่อน

“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

“เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด” ตอนที่ 2:โรงเรียนต้องเลือกครูได้เอง

โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับโรงเรียนของรัฐในปัจจุบันอีก ประการหนึ่งก็คือ การที่จะได้ครูมาบรรจุที่โรงเรียน (ตามเกณฑ์)สักคนหนึ่งนั้น กระบวนการช่างยืดยาวเสียเหลือเกินและเมื่อได้มาแล้วบางครั้งก็ไม่ตรงกับความ ต้องการเสียอีก ปัจจุบันนี้โรงเรียนก็มีสิทธิ์ในการเสนอความต้องการครูโดยความเห็นชอบของคณะ กรรมการสถานศึกษาอยู่เหมือนกัน ว่าอยากได้ครูประเภทใด วิชาเอกอะไร แต่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้ตามนั้น ยิ่งครูใหม่ที่ทดแทนครูที่เกษียณอายุราชการยิ่งแล้วใหญ่ ใช้เวลานานเป็นพิเศษ เพราะต้องรอการคืนอัตรากำลังจากหน่วยงานที่คุมอัตรากำลังภาครัฐ รอว่าเกษียณ 100 คน จะได้คืนมากี่คน บางครั้งเกษียณไปตั้งแต่ 30 กันยายน ปีนี้ เปิดภาคเรียนใหม่ปีหน้า 16 พฤษภาคม ครูใหม่ยังไม่มาเลยครับ พิจารณาอะไรกันนานนักหนา ก็ในเมื่อเกณฑ์การคิดอัตรากำลังก็กำหนดไว้อย่างชัดเจน ถ้าเป็นอำนาจของท่านก็มอบอำนาจมาสิครับ โรงเรียนหลายแห่งมีแต่ครูย้ายออก แต่ไม่มีย้ายเข้ามาเลย ปัญหาเกิดขึ้นชัดๆ ผมไม่ได้บ่นแต่ประการใด แต่ต้องการสะท้อนภาพให้เห็น เห็นปัญหาแล้วไม่บอกวิธีแก้ไข ผมก็อาจโดน ม.44 จากท่านนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งกระทงก็ได้

ผมปรารถนาให้แก้หรือเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องและก่อให้เกิดปัญหาข้างต้น แล้วกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปให้โรงเรียนสรรหาครูและบุคลากรทางการ ศึกษาได้เอง โดยเสริมพลังให้คณะกรรมการสถานศึกษามีความเข้มแข็งมากกว่าในปัจจุบัน ใจจริงอยากให้สุดโต่งเหมือนโรงเรียนเอกชน กล่าวคือ อยากได้ครูอย่างไรก็ได้ครูอย่างนั้นตามที่ต้องการ ประกาศรับสมัคร ประเมิน ถ้าผ่านเกณฑ์ก็ทำงานได้เลย ระยะแรกก็จัดพี่เลี้ยงคอยดูแล แล้วประเมินการคงสภาพเป็นระยะๆ หากคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็ให้โอกาสแก้ตัว ถ้าไม่ดีขึ้นก็ออกไป ผมทราบครับว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 กฏ/ระเบียบ ก.ค.ศ.หลายฉบับ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.) ถึงแม้ว่าจะยากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ถ้าคิดจะทำ

ยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปิดไฟเขียวว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน ปี 2559 ยิ่งเป็นโอกาสทองครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/profile.php?id=630490423&fref=nf

Share With Google+
Share With Line


แหล่งที่มา : เว็บไซต์ที่มาของข้อมูลคลิกที่นี่ครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**
สภาคณบดีครุ/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ออกโรงทวงคืนความเป็นธรรม-ศักดิ์ศรีให้ ‘ครูจอมทรัพย์’
อ.ธรรมศาสตร์โวย “พรีโอเน็ต” ม.3 เฉลยผิดอื้อ ถามมาตรฐานอยู่ไหน แนะอย่าใช้ความเห็นส่วนตัวเป็นคำตอบ
การจัดงานวันครู ครั้งที่ ๖๑ ปี ๒๕๖๐
 สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งรองผอ.สพท. จำนวน ๖๖ ราย
ศธ.คัดติวเตอร์บันทึกการสอนลงซีดีแจกเด็ก
ทึ่ง! นักเรียน รร.นครสวรรค์ ติดมหาวิทยาลัยดัง เฉียด 500 คน
ครูผู้สอนด้วยหัวใจ (From The Heart) : หนังครู 7- Eleven
ปรับเกณฑ์ขอวิทยฐานะ พิจารณาตาม
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา